วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2555

อสังหาฯจัดเต็มครึ่งปีหลังดีมานด์-ซัพพลายลงตัวดันยอดขายพุ่ง


                ความเชื่อที่ฟื้นตัวขึ้นนำไปสู่ยอดขายที่แข็งแรง เห็นได้จากตัวตัวเลขยอดขายของผู้ประกอบการรายใหญ่ 10-15 ราย จะเติบโตขึ้นต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จากภาวะที่ค่อนข้างสมดุลระหว่างความต้องการ (อุปสงค์) และซัพพลาย (อุปทาน) ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อที่อยู่อาศัยที่ต่ำ ส่งผลให้ทั้งปีอาจเห็นยอดขายรวมของผู้ประกอบการปรับขึ้นแตะ 2 แสนล้านบาท 
                สัญญาณการฟื้นกลับอย่างรวดเร็วเห็นได้ นอกจากตัวเลขยอดขายของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ยังสะท้อนผ่านแผนการเปิดตัวโครงการใหม่เชิงรุก ซึ่งผู้ประกอบการ 15 ราย กำหนดแผนเปิดตัวในปี 2555 นี้รวม 240 โครงการ มูลค่ากว่า 2.54 แสนล้านบาท เป็นโครงการแนวราบ ส่วนที่เหลือเป็นคอนโดมิเนียม โดยส่วนใหญ่จะเปิดในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ และกระจายสู่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น อาทิ บมจ.แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ ที่ตั้งเป้าเปิดตัว 16 โครงการ มูลค่ากว่า 3.2 หมื่นล้านบาท ครึ่งปีแรกเปิดไปแล้วราว 8 โครงการ มูลค่า 1.9 หมื่นล้านบาท ครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 8 โครงการ มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาท และเป็นโครงการที่กระจายตลาดสู่ต่างจังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ภูเก็ตแลขอนแก่น
 มูลค่ารวมกว่า 4,400 ล้านบาท 
                 นอกจากนี้ แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังจัดทำ "LH Privilege" ให้ลูกบ้านใช้สิทธิประโยชน์ ได้แก่ ส่วนลดพิเศษ หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ สำหรับร้านอาหารยอดนิยมในกทม. และปริมณฑล รวมถึงร้านค้าและร้านอาหารในจังหวัดท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ เขาใหญ่และพัทยา ซึ่งมีกว่า 100 ร้านค้าที่ร่วมรายการ จะมีป้ายสัญลักษณ์ "LH Privilege" แสดงไว้ลูกบ้านที่สนใจรับสิทธิประโยชน์นี้ สามารถลงทะเบียบที่ www.Ih.co.th/LHPV ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป 
                ขณะที่ บมจ.มั่นคงเคหะการ เดินหน้าเปิดขายโครงการเพิ่มพร้อมจัดกิจกรรมการตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยนายชูเกียรติตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการตลาด บมจ.มั่นคงเคหะการ ผู้พัฒนา "ชวนชื่น" และ "สิรีนเฮ้าส์" เปิดเผยว่า บริษัทได้เดินหน้าบุกตลาดอสังหาริมทรัพย์แนวราบในช่วงครึ่งปีหลังล่าสุดได้จัดงานแกรนด์ โอเพ่นนิ่ง เฟสใหม่ โครงการชวนชื่นเพชรเกษม 81 เฟสใหม่บนเนื้อที่ 81 ไร่ จำนวน 490 ยูนิต เป็นทาวน์โฮม 2 ชั้น ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.28 ล้านบาท กำหนดเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท และ โปรโมชั่นอื่นๆ เป็นต้น 
                 คอนโดพร้อมอยู่อัดโปรเร่งขาย 
          ด้านางปิยพร โยธาประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการสายงานวางแผนกลยุทธ์การตลาด บมจ.ธนาพัฒน์ พร็อพเพอร์ตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ เปิดเผยว่า ในช่วงนี้โครงการ SYM.Condo วิภาวดี-ลาดพร้าวซึ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแต่งครบสุดพร้อมเข้าอยู่ บนทำเลทองใกล้บริเวณห้าแยกลาดพร้าว ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัท เตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่เนื่อง 
                โปรโมชั่นล่าสุด คือ Im HERE ซึ่งเป็นการตอบแทนลูกค้า โดยการให้อยู่ฟรีเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งทางโครงการจะเป็นผู้ชำระค่าใช้จ่าย เงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวน ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ สิทธิดังกล่าวนี้สำหรับลูกค้าที่จองห้องชุดของโครงการตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม-15 สิงหาคม 2555 และเบิกจ่ายวงเงินกู้หรือโอนภายในวันที่ 30 กันยายน 2555 เท่านั้น 
          ทั้งนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายยอดโอนและร่วมกิจกรรมในวันแม่แห่งชาติวันที่ 12 สิงหาคม ด้วยการชวนคนรักแม่ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม ถ่ายภาพคู่กับคุณแม่และนำภาพไปโพสต์ลงบนเฟสเพจ SYM Condo ในเฟซบุ๊กเพื่อลุ้นรับรางวัลมากมาย 
                 ส่วนคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่โครงการ คลาสเซ่ รัชดา-พระราม 9 อัดบิ๊กแคมเปญ "ซื้อ 1 ลุ้น 1 ยูนิต" โดยนายลือศักดิ์ พันธุ์อุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท วิทูรธนากร จำกัด ในฐานะผู้บริหารงานโครงการ "คลาสเซ่ รัชดา-พระราม 9" เปิดเผยว่า จากการสำรวจของบริษัท ถึงสภาพการแข่งขันโครงการคอนโดมิเนียมในย่านรัชดา-พระราม 9 พบว่า ในปัจจุบันมีโครงการคอนโดมิเนียมเข้าสู่ตลาดในย่านนี้เป็นจำนวนมาก ในระดับราคาขายตั้งแต่ 6 หมื่นบาทต่อตารางเมตรขึ้นไปจนถึง 1.2 แสนกว่าบาทขึ้นไป โดยในจำนวนนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา หรือเพิ่งเปิดตัวโครงการ 
                 อย่างไรก็ตามในส่วนของโครงการคลาสเซ่ฯ เป็นโครงการที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่ราคาเริ่ม 4 หมื่นบาทต่อตารางเมตร หรือเริ่มต้นที่ยูนิตละ 1 ล้านบาทเศษ เพื่อเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงนี้ โดยสามารถเป็นเจ้าของได้ด้วยเงื่อนไขง่ายๆ สบายๆ พร้อมกัน บริษัทได้จัดแคมเปญพิเศษ "ซื้อ 1 ลุ้น 1 ยูนิต" โดยผู้ที่จองซื้อห้องชุดในโครงการ 1 ยูนิต" โดยผู้ที่จองซื้อห้องชุดในโครงการ 1 ยูนิต มูลค่า 1.375 ล้านบาท และยังมีโปรโมชั่นที่ผู้ซื้อจะได้รับจากโครงการ คือ เงื่อนไขการจองเพียง 5,000 บาท ทำสัญญา 4.5 หมื่นบาท พร้อมโอนกรรมสิทธิ์และเข้าอยู่ได้ทันที 
ที่มา : คม ชัด ลึก 

ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกอุดรธานีคึกคัก "อุดรพลาซ่า"เล็งพัฒนามิกซ์ยูส


นายวรพล วีรชาติยานุกูล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท อุดรพลาซ่า จำกัด ผู้บริหาร ศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ เปิดเผยว่า ภาพรวม ธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดอุดรธานีในช่วงที่ผ่านมา มีความคึกคักมากขึ้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านที่มีการขยายตัว โดยสังเกตจากกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ โดยเฉพาะชาวจีนที่ไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านมีการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าประมาณ 10,000-20,000 บาทต่อใบเสร็จ (บิล) ขณะที่คนไทยมีการใช้จ่ายเพียง 2,000-5,000 บาทต่อบิล
          ทั้งนี้ตนคาดการณ์ว่า หากมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 แล้ว ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในจังหวัดอุดรธานีจะเติบโตขึ้นอีก 1 เท่าตัว จากปัจจุบันที่มีการเติบโตเฉลี่ยปีละประมาณ 15-20%
          "ผมเชื่อว่าอีกไม่นานจังหวัดอุดรธานี เศรษฐกิจจะดีไม่แพ้จังหวัด
ขอนแก่น ดยสังเกตได้จากราคาที่ดินต่อตารางวาในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีมีการขยับขึ้นทุกปีเฉลี่ยประมาณปีละ 10% ส่วนด้านธุรกิจค้าปลีกเอง ภายหลังจากการที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ได้ไปเปิดสาขาที่จังหวัดอุดรธานีในช่วงที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีลูกค้าเข้ามาในจังหวัดอุดรธานีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของบริษัทเองปัจจุบันมีการเติบโตประมาณ 10-15% ในด้านลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ หรือประมาณ 15,000-20,000 คนต่อวัน ในวันจันทร์ศุกร์ และ 30,000 คนต่อวัน ในวันเสาร์และอาทิตย์"นายวรพล กล่าว
          อย่างไรก็ตาม ในปี 2555 นี้ ทางศูนย์การค้ายูดี ทาวน์จะเสร็จสิ้นทั้งการลงทุนขยายลานจอดรถ, การเพิ่มแหล่งบันเทิง และเพิ่มสินค้ามาวางจำหน่ายภายในศูนย์การค้า รวมทั้งโรงภาพยนตร์ และร้านค้าต่างๆ ซึ่งปี 2555 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้เติบโตประมาณ 20% จากปี 2554 หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 150 ล้านบาท
          ในขณะเดียวกันบริษัทมีแผนในระยะยาวที่จะขยายการลงทุนในรูปแบบของการพัฒนาโครงการประเภทมิกซ์ยูส ซึ่งเป็นการผสมผสานกันระหว่างส่วนของที่อยู่อาศัยและค้าปลีกในที่เดียวกัน ทั้งนี้เพื่อต่อยอดศูนย์การค้ายูดี ทาวน์ พร้อมสร้างรายได้ให้บริษัทเพิ่มขึ้น รวมทั้งเพื่อรับกับการเปิดเออีซีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย โดยการลงทุนโครงการดังกล่าว บริษัทจะลงทุนเองทั้งหมด ถึงแม้จะมีหลายบริษัทยื่นข้อเสนอในการขอเข้ามาร่วมลงทุนหลายรายแล้วก็ตาม ส่วนทางด้านทำเลที่ตั้งนั้น บริษัทคาดว่ายังจะใช้ทำเลในจังหวัดอุดรธานีเป็นทำเลหลักในการลงทุนต่อไปในอนาคต
ที่มา : แนวหน้า

วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ศก.อีสานมิ.ย.กระเตื้องบริโภคพุ่ง 3%


          ดัชนีราคาพืชสำคัญหดตัว 3.7% โดยราคายาง-ข้าว หดตัวลงวิกฤติศก.ยุโรป
          
ขอนแก่น -  ธปท.ชี้ เศรษฐกิจอีสานช่วงเดือนมิ.ย.กระเตื้อง การบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 3% เหตุรายได้ภาคเกษตรยังดีอยู่ ขณะที่การลงทุนพุ่ง 6.4% หลังยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่ขึ้นถึง 60.2%
          นายพิชิต ภัทรวิมลพร ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคอีสาน เปิดเผยถึงภาวะเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือเดือนมิ.ย. ว่า ขยายตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนยังขยายตัวจากรายได้ภาคเกษตรที่ค่อนข้างดี รวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐแม้จะชะลอลงแต่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี สอดคล้องกับภาคการค้าที่ขยายตัวโดยเฉพาะค้าปลีกและการค้ารถยนต์ ส่วนการลงทุนเอกชนขยายตัว เพราะความเชื่อมั่นนักลงทุนมองทิศทางเศรษฐกิจโดยรวมว่ายังเติบโต  ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.82% ใกล้เคียงเดือนก่อน และอัตราว่างงานอยู่ระดับต่ำ เนื่องจากการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวเพิ่มจากปีก่อน 3.0% ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ภาคเกษตรอยู่ในเกณฑ์ดี ทำให้มีการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น เห็นได้จากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เพิ่มขึ้น  รวมทั้งยอดจดทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถบรรทุก
          นายพิชิต อธิบายว่า ดัชนีการลงทุนภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 6.4% สะท้อนจากยอดจดทะเบียนธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 60.2% โดยโครงการที่ได้รับส่งเสริมลงทุนอยู่ในเกณฑ์ดีส่วนใหญ่เป็นการลงทุนจากกิจการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์และลม  โดยธุรกิจภาคบริการเป็นสำคัญ ด้านการใช้จ่ายของภาครัฐ เพิ่มขึ้น 2.9% ชะลอลงจากเดือนก่อน ส่วนงบลงทุนลดลง 4.0% เนื่องจากมีการเร่งเบิกจ่ายเมื่อเดือนก่อนหน้าแล้ว ภาคเกษตรหดตัว 2.0% แต่ปรับตัวดีขึ้น จากเดือนก่อน โดยดัชนีผลผลิตพืชสำคัญเพิ่มขึ้น 1.7% ตามผลผลิตยางพารา
          สำหรับดัชนีราคาพืชสำคัญหดตัว 3.7% โดยราคายางพาราหดตัวตามการส่งออกตลาดยุโรปที่ลดลงจากปัญหาเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับราคาข้าวลดลง ตามการชะลอการรับซื้อข้าวเปลือกของผู้ส่งออก และความต้องการต่างประเทศลดลง เพื่อรอดูสถานการณ์แผนระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาล ส่วนราคามันสำปะหลังลดลง เพราะลานมันชะลอซื้อ เนื่องจากจีน ผู้นำเข้าหลักสั่งซื้อเป็นช่วงสั้นๆ เพื่อรอดูทิศทางราคา ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมหดตัว 3.0% ตามการผลิตในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ที่หดตัว
          นายพิชิต กล่าวอีกว่า การผลิตอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายขาวและอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์กลุ่ม Hard Disk Drive (HDD) ยังขยายตัวตามความต้องการต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น สำหรับดัชนีการค้าเพิ่มขึ้น 20.9% เนื่องจากการเร่งตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์กลับสู่ภาวะปกติ และโครงการรถยนต์คันแรกของรัฐบาล
          ขณะที่เงินฝากธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นเดือนพ.ค. มีเงินคงค้าง 532.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% สินเชื่อคงค้าง 570.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.9% ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในสินเชื่อเพื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับอัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากอยู่ที่ 107.2% สำหรับ เงินฝากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ณ สิ้นเดือนพ.ค. คงค้าง 302.0 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% ตามการจูงใจในเรื่องดอกเบี้ยที่สูงขึ้น  สินเชื่อคงค้าง 773.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 1.82%
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 

St.Mall อุดรฯทุ่มเงิน100ล้านสยายปีกเปิดสาขา 2 เมืองเลย


             ทุนเมืองอุดรฯ "St.Mall" ห้างค้าวัสดุก่อสร้างระดับพรีเมี่ยมเครือศรีไทยใหม่กรุ๊ป กำเงิน 100 ล้านข้ามห้วยลงทุนสาขา 2 จังหวัดเลย มั่นใจเศรษฐกิจเมืองเลยสะพัดจากการท่องเที่ยว ยางพารา เหมืองแร่ ดีเดย์เปิดบริการปลายปีนี้
          นายสืบสันต์ สังสรรค์อนันต์ ที่ปรึกษา บริษัท ศรีไทยใหม่ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า St.Mall ห้างค้าวัสดุก่อสร้างระดับ พรีเมี่ยมที่จังหวัดอุดรธานี ในเครือศรีไทยใหม่กรุ๊ป ทุ่มทุน 100 ล้านบาท เปิดสาขา 2 ที่จังหวัดเลย บนพื้นที่ 8 ไร่ มีพื้นที่ใช้สอย 1,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลย โดยมีพื้นที่คลังกระจายสินค้าให้อีซี่โฮม ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อวัสดุก่อสร้างในเครืออีก 2,000 ตารางเมตร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายระดับกลางถึงบน เน้นสินค้ากลุ่มห้องครัว เซรามิก และห้องน้ำ มีสินค้าประมาณ 10,000 เอสเคยู (SKU) ตั้งเป้ายอดขายเดือนละ 10 ล้านบาท แบ่งเป็น เซรามิก 5 ล้านบาท ห้องน้ำ 3 ล้านบาท และห้องครัว 2 ล้านบาท
          ในภาพรวมตลาดค้าวัสดุก่อสร้างในจังหวัดเลย มีร้านค้าท้องถิ่นคือ เมืองเลย บิ๊กโฮม ก่อนหน้านี้ได้วางเป้าที่จะเปิดสาขา 2 ที่ขอนแก่น แต่ชะลอโครงการไว้เพราะมีปัญหาพื้นที่ก่อสร้าง จึงเลือกเปิดสาขาเมืองเลยก่อน โดยจะเปิดบริการปลายปีนี้
          "เศรษฐกิจจังหวัดเลยมาจากยางพาราและการท่องเที่ยว ซึ่งมีการสร้างบ้าน ปรับปรุงบ้าน ซื้อบ้านใหม่ รวมถึงการทำธุรกิจที่พัก รีสอร์ต ประกอบกับธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอเชียงคาน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยก็ให้การส่งเสริม ทำให้เศรษฐกิจของเมืองเลยขยายตัวต่อเนื่องและยาวนาน รวมไปถึงการทำเหมืองแร่เหล็กด้วย"
          นายสืบสันต์กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของ St.Mall สาขา 1 อุดรธานี ในปีที่ผ่านมามียอดขายเติบโต 30% ซึ่งปีนี้มียอดขายเฉลี่ยเดือนละ 15 ล้านบาท และในส่วนของอีซี่โฮม ร้านสะดวกซื้อวัสดุก่อสร้างในเครือศรีไทยใหม่ ปัจจุบันมี 13 สาขา และยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย สิ้นปี 2555 คาดว่าจะเปิดได้ครบ 17 สาขา
          แหล่งข่าวในกลุ่มค้าวัสดุก่อสร้างเปิดเผย ว่า ไตรมาสสุดท้ายปีนี้ กลุ่มศรีไทยใหม่ได้ร่วมกับกลุ่มบริษัทเอสซีจี ซอร์สซิ่ง ในเครือเอสซีจี เตรียมเปิดตัวศูนย์รวมสีทาบ้านครบวงจรทุกยี่ห้อในชื่อ "กรีนพลัส" ซึ่งจะเป็นสาขาแรกในภาคอีสาน โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

สินเชื่ออีสานพุ่งรับลงทุน แห่ขออนุญาต"ก่อสร้าง"ค้าวัสดุเทหมื่นล.ปักธง


ภาคอีสานร้อนแรง ธปท.เผยเม็ดเงินลงทุนขยายตัวต่อเนื่อง ยอดส่งเสริมลงทุนเดือน พ.ค.เพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว จดทะเบียนธุรกิจใหม่เพิ่ม 3 เท่า ขณะที่สินเชื่อแบงก์พุ่ง 19% ใบอนุญาตก่อสร้างกว่า 1.2 หมื่นราย ดันธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างทะลุจุดเดือด บิ๊กแบรนด์-ทุนท้องถิ่นถม 1.26 หมื่นล้าน ยึด 11 จังหวัด
          "ลงทุน-สินเชื่อ" ภูมิภาคพุ่ง
          รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงการลงทุนในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีแนวโน้มการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างน่าสนใจ
          สำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าการลงทุนไตรมาสแรกขยายตัว 6.0% โดยยอดการขออนุมัติส่งเสริมการลงทุนยังคงขยายตัวในเกณฑ์ดีในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่สินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ในภาคอีสานขยายตัวสูงที่ 19% และการลงทุนยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน พ.ค. พบว่าการลงทุนมีการขยายตัว 6.6% และสินเชื่อขยายตัว 6.4%
          ในเดือน พ.ค.พื้นที่รับอนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาลเพิ่มขึ้นถึง 41.1% โดยเฉพาะใน จ.อุบลราชธานี บุรีรัมย์ และสกลนคร ขณะที่ยอดส่งเสริมการลงทุนเพิ่มขึ้น 6 เท่าตัว ส่วนใหญ่เพิ่มในธุรกิจผลิตพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมใน จ.นครราชสีมา อุบลราชธานี และขอนแก่น ส่วนการขอจดทะเบียนตั้งธุรกิจใหม่เพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างโรงพยาบาลและผลิตพลังงานไฟฟ้า
          ในส่วนของการใช้สินเชื่อก็มีการขยายตัวสอดคล้องกับการเติบโตของการลงทุน โดยการขยายตัวในเดือน เม.ย.และ พ.ค.อยู่ที่ 19.0% และ 19.9% ตามลำดับ
          อีสานใบอนุญาตก่อสร้างกระฉูด
          ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ รายงานผลสำรวจข้อมูลที่เอกชนได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างใหม่ ต่อเติมหรือดัดแปลงอาคารและสิ่งก่อสร้างทั่วประเทศ ช่วงไตรมาส 1/2555 ว่า มีทั้งหมด 43,432 ราย แยกเป็นได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคาร โรงเรือน 38,611 ราย คิดเป็นพื้นที่ 15.8 ล้าน ตร.ม. ก่อสร้างสิ่งก่อสร้างที่ไม่ใช่อาคาร โรงเรือน อาทิ ท่อ ทางระบายน้ำ ถนน รั้ว กำแพง สะพาน เขื่อน ฯลฯ ความยาวทั้งสิ้น 445,424 เมตร ประเภทลานจอดรถ สนามกีฬา ปัมน้ำมัน ป้ายโฆษณา สระว่ายน้ำ 367,490 ตร.ม. เทียบกับไตรมาส 4/2554 มีผู้ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้น 17.0% สิ่งก่อสร้างเพิ่มขึ้น 12.8% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2554 มีผู้ได้รับอนุญาตลดลง 6.1% พื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างลดลง 7.0%
          ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเป็นรายภาคพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารโรงเรือนใหม่มากที่สุด 12,195 ราย หรือ 32.2% ภาคกลาง 8,336 ราย หรือ 22.0% ภาคใต้ 5,822 ราย และภาคเหนือ 5,506 ราย ในจำนวนนี้เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลได้รับอนุญาตสูงสุด 5.1 ล้าน ตร.ม. หรือ 33.9% ของพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างใหม่ทั้งหมด
          สินเชื่ออสังหาฯ ตจว.กระฉูด
          นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ประเมินว่า ตลาดที่อยู่อาศัยตามหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัดมีแนวโน้มขยายตัวมากกว่าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยประเมินว่าปีนี้แต่ละพื้นที่มีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 10-20% ประกอบกับดีเวลอปเปอร์รายใหญ่เริ่มขยายโครงการในต่างจังหวัด ขณะที่ดีเวลอปเปอร์ท้องถิ่นเริ่มใช้ประโยชน์จากที่ดินที่ถือครองอยู่มาลงทุนทำโครงการที่อยู่อาศัยแข่งขันมากขึ้น
          ขณะที่ธนาคารมีกลยุทธ์ขยายสินเชื่อร่วมกับดีเวลอปเปอร์รายใหญ่และท้องถิ่นด้วย โดยเน้นการเติบโตของสินเชื่อสูงถึง 50% ใน 10 จังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี ภูเก็ต สงขลา สุราษฎร์ธานี ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา เชียงใหม่ โดยเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0% 6-9 เดือน และผ่อนนานถึง 50 ปี
          นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดที่มีการเติบโตสูงที่สุดอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน เนื่องจากมีประชากรมากและมีการขยายตัวของชุมชนเมืองอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ราคาที่อยู่อาศัยที่มีราคาถูกกว่าในกรุงเทพฯและปริมณฑลส่งผลให้ประชาชนตัดสินใจซื้อและขอสินเชื่อกับธนาคารได้ง่ายกว่า โดย ธนาคารยังครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ของสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยมีสัดส่วนเท่ากัน ระหว่างกรุงเทพฯและปริมณฑลกับต่างจังหวัด ซึ่งธนาคารยังคงเป้าสินเชื่อในปีนี้ที่ 8 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีแรกสามารถปล่อย สินเชื่อแล้ว 6 หมื่นล้านบาท สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 3.4 แสนล้านบาท คาดว่า สิ้นปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 3.6 แสนล้านบาทได้
          ค้าปลีกวัสดุก่อสร้างปูพรมอีสาน
          ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจความเคลื่อนไหวกลุ่มผู้ประกอบการ "ศูนย์ค้าวัสดุก่อสร้างและตกแต่ง" แบบโมเดิร์นเทรดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด เพื่อรองรับภาวะบูมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
          ขณะนี้มีผู้เล่นหลัก ๆ 5 ราย ประกอบด้วย 1.โฮมโปร 2.ไทวัสดุ 3.โกลบอลเฮ้าส์ 4.ดูโฮมในเครืออุบลวัสดุ และ 5.กลุ่มเฮเฟเล่ จากประเทศเยอรมนี ที่เข้าไปเปิดศูนย์กระจายสินค้าที่ จ.ขอนแก่น เบ็ดเสร็จมีการเปิดศูนย์แล้วรวม 27 สาขา ใช้งบฯลงทุนรวมประมาณ 12,580 ล้านบาท
          มูลค่าลงทุน 5 อันดับแรก ได้แก่ จ.นครราชสีมา 1,900 ล้านบาท รองลงมาคือ ขอนแก่น 1,850 ล้านบาท, สกลนคร 1,650 ล้านบาท, ร้อยเอ็ด 1,590 ล้านบาท และอุบลราชธานี 1,400 ล้านบาท
          โดยที่ จ.อุดรธานีซึ่งเป็นเมืองเศรษฐกิจของเขตอีสานตอนบนตีคู่มากับขอนแก่น มูลค่าลงทุนของโมเดิร์นเทรดค้าวัสดุมีประมาณ 870 ล้านบาท ติดอันดับ 8 โดยการลงทุนยังมีน้อยกว่าอีก 2 จังหวัดคือ บุรีรัมย์และสุรินทร์ (ดูตารางประกอบข่าว)
          โฮมโปร-ไทวัสดุ ซื้อที่ผุดเพิ่ม
          นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ กรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีอาร์ซี เพาเวอร์ รีเทล จำกัด ผู้บริหารห้างไทวัสดุ กล่าวว่า แนวโน้มกำลังซื้อในภาคอีสานขยายตัวได้ดีมากในครึ่งปีหลัง โดยไทวัสดุมีแผนเปิดเพิ่มอีก 10 สาขาทั่วประเทศ ก่อนหน้านี้เปิดไปแล้วในภาคอีสานถึง 6 สาขา สูงที่สุดในกลุ่มสาขาที่เปิดในต่างจังหวัด
          "นโยบายของผมอยากจะเปิดให้ครบทุกจังหวัดเพราะกำลังซื้อสูง ผลตอบรับของสาขาที่เปิดในปัจจุบันบางสาขามียอดขายโตก้าวกระโดดจากแผนที่วางไว้ เช่น สาขาบุรีรัมย์ ขอนแก่น" นายสุทธิสารกล่าว
          ด้านนายณัฏฐ์ จริตชนะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการกลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้างโฮมโปร เปิดเผยว่า โฮมโปรเปิดในภาคอีสานไปแล้ว 9 สาขา สาขาเขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ที่มียอดขาย 40-50 ล้านบาท เติบโตถึง 10% สูงกว่าที่ตั้งไว้ นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างลงทุนขยายพื้นที่ขายเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีอยู่ 8,000 ตร.ม. บนพื้นที่ 20 ไร่
          "โฮมโปรมีแผนเปิดสาขาที่อุบลราชธานีในช่วงครึ่งปีหลัง แน่นอนว่าภาคอีสานจะเป็นพื้นที่เป้าหมายการลงทุนของโฮมโปรด้วย" นายณัฏฐ์กล่าว
          "โกลบอลเฮ้าส์" เจาะชายแดน
          นายวิทูร สุริยวนากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันบริษัทได้ขยายสาขาครอบคลุมพื้นที่การตลาดในเขตภาคอีสานเกือบหมดแล้ว แผนลงทุนในอนาคตจะโฟกัสไปยังจังหวัดที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการเปิดเออีซี ภายในปลายปีนี้เตรียมเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่งที่ จ.มุกดาหาร บนที่ดินประมาณ 25-30 ไร่ งบฯลงทุนประมาณ 300-400 ล้านบาท
          สำหรับค่ายดูโฮม ในเครืออุบลวัสดุ ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของ จ.อุบลราชธานี เดินหน้าลงทุนเปิดสาขาขอนแก่นไปเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา และกำลังปรับพื้นที่เพื่อก่อสร้างสาขาอุดรธานี ดูโฮมเป็นกลุ่มทุนต่างจังหวัดมีฐานธุรกิจหลักอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี ในปี 2551 ได้รุกคืบเข้ามาเปิดสาขาที่ จ.นครราชสีมา ซึ่งประสบความสำเร็จเกินคาดเช่นกัน หลังจากนั้นในปี 2553 รุกเข้ามาเปิดสาขารังสิต คลอง 7
          ยักษ์เยอรมันปักธงขอนแก่น
          นายรัตนะ พูนสง่า ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท เฮเฟเล่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทตัดสินใจเข้าไปเปิดศูนย์กระจายสินค้าในอีสานเป็นครั้งแรกที่ จ.ขอนแก่น นับเป็นสาขาที่ 4 ในประเทศไทย ทำเลถนนเลี่ยงเมือง บนที่ดิน 2.2 ไร่ ประกอบด้วยอาคารคลังสินค้าพื้นที่ 1,000 ตร.ม. สามารถเก็บสินค้าได้กว่า 1,500 รายการ วัตถุประสงค์เป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าครอบคลุมพื้นที่ 11 จังหวัดอีสานเหนือ และ 9 จังหวัดอีสานใต้ รวมทั้งเป็นการรองรับเออีซีด้วย
          "บริษัทลงทุนตั้งศูนย์กระจายสินค้าที่ขอนแก่นเพราะเป็นจังหวัดหัวเมืองเศรษฐกิจของอีสาน เราต้องการให้เป็นฮับเพื่อกระจายสินค้าไปถึงผู้บริโภคให้เร็วที่สุด ภาคอีสานมียอดขายเติบโตสูงมาก ปี 2554 เติบโตถึง 36% รายได้ 220 ล้านบาท ขณะที่เทียบตัวเลขครึ่งปีแรก 2555 กับช่วงเดียวกันของปี 2554 ยอดขายโตถึง 50%" นายรัตนะกล่าว
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ 

วันพุธที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ดันเปิดเส้นทางบินต้นทุนต่ำขอนแก่น-กรุงเทพฯ ดึง “แอร์เอเชีย” คาดไม่เกินต้นปีหน้าได้ใช้บริการ


กรอ.ขอนแก่นดันเปิดเส้นทางบินต้นทุนต่ำกรุงเทพฯ-ขอนแก่น ดึง แอร์เอเชียให้บริการ ย้ำศูนย์กลางคมนาคมในภูมิภาคอินโดจีน รับการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มทางเลือกการเดินทาง ชี้โอกาสเป็นไปได้สูง ขณะที่ผู้บริหารแอร์เอเชียตอบรับเข้ามาหารือในเร็วๆ นี้ มั่นใจไม่เกินไตรมาสแรกปี 56 ได้ใช้บริการแน่ วางกรอบในอนาคตเปิดเส้นทางบินเชื่อมขอนแก่นกับหลายจังหวัด และเมืองสำคัญของประเทศเพื่อนบ้าน
                 
นายชาติชาย โฆษะวิสุทธิ์ รองประธานหอการค้าจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน จังหวัดขอนแก่น ได้หารือและมีมติผลักดันให้มีเส้นทางบินต้นทุนต่ำ กรุงเทพฯ-ขอนแก่น-กรุงเทพฯ เปิดให้บริการเป็นทางเลือกการเดินทางให้ประชาชนในเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ-ขอนแก่นเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มีการบินไทยเป็นผู้ให้บริการหลักบินวันละ 3 เที่ยวบิน  ทั้งนี้ ปัญหาการเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ-ขอนแก่น แม้จะมีการพัฒนาถนนมิตรภาพเป็น 4 ช่องทางจราจรตลอดสายแล้ว แต่ปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นรวดเร็ว ทั้งการใช้รถยนต์ในเส้นทางนี้มากขึ้น ทำให้การเดินทางด้วยรถยนต์ระหว่างขอนแก่น-กรุงเทพฯ ไม่สะดวกเท่าที่ควร ต้องใช้เวลานานขึ้น จึงควรมีทางเลือกการเดินทางให้มากขึ้น
            นายชาติชายกล่าวต่อว่า การเพิ่มเส้นทางบินต้นทุนต่ำขอนแก่น-กรุงเทพฯ จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจจังหวัดขอนแก่น เกิดการขยายตัวขึ้น ทั้งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการเดินทางเข้ามายัง จ.ขอนแก่น ตอกย้ำศักยภาพจังหวัดขอนแก่นเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมในภูมิภาคอินโดจีนเด่นชัดขึ้น  โดย กรอ.ขอนแก่นได้ประสานสายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งมีเส้นทางบินต้นทุนต่ำในหลายเส้นทางระหว่างกรุงเทพฯ กับหัวเมืองใหญ่ต่างจังหวัด ทั้งแอร์เอเชีย เคยเปิดให้บริการเส้นทางบินขอนแก่น-ดอนเมือง เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ซึ่ง กรอ.ขอนแก่นได้แจ้งความจำนงพร้อมกับหารือผู้บริหารของแอร์เอเชียเบื้องต้นแล้ว
       “ ในเร็วๆ นี้ผู้บริหารแอร์เอเชีย ตอบตกลงจะเดินทางเข้ามาพบปะนักธุรกิจจังหวัดขอนแก่น หารือถึงศักยภาพด้านการลงทุน ซึ่งภาคเอกชน จ.ขอนแก่น พร้อมสนับสนุนสายการบินแอร์เอเชีย สร้างความเชื่อมั่นต่อการเปิดให้บริการ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่แอร์เอเชียจะเปิดให้บริการเส้นทางขอนแก่น-สนามบินดอนเมือง โดยจะเป็นทางเลือกการเดินทางกับผู้ใช้บริการที่ต้องการบินราคาประหยัด หรือเข้าไปติดต่อทำธุระในโซนใกล้กับสนามบินดอนเมืองนายชาติชายกล่าว  คาดว่า ขั้นตอนในการเจรจาติดต่อและดำเนินเรื่องดังกล่าวไม่น่าจะเกินไตรมาสแรกของปี 2556 เชื่อว่าจะมีสายการบินต้นทุนต่ำเปิดให้บริการในเส้นทางบินขอนแก่น-กรุงเทพฯ ได้อย่างแน่นอน  หากการผลักดันเส้นทางบินขอนแก่น-กรุงเทพฯ ประสบผลสำเร็จ ทาง กรอ.ขอนแก่นพร้อมผลักดันให้มีเส้นทางบินเชื่อมระหว่างขอนแก่นกับหัวเมืองหลักสำคัญของประเทศอีกหลายเส้นทาง เช่น ขอนแก่น-ภูเก็ต, ขอนแก่น-อู่ตะเภา, ขอนแก่น-เชียงใหม่ และในอนาคตจะต้องเชื่อมขอนแก่นกับเมืองสำคัญของประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

มข.บริการวิชาการเกษตรกรเมืองน่าน รักษ์สิ่งแวดล้อม-ปลูกพืชผสมผสานลดความเสี่ยง


                    นายวีระ ภาคอุทัย สังกัดภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ในฐานะหัวหน้าโครงการพัฒนาระบบตัดสินใจการผลิตสินค้าเกษตรและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานพริกปลอดภัย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้โครงการได้จัดการอบรมหลักสูตรขบวนการจัดการการผลิตหน่อไม้ฝรั่งและพริกแบบครบวงจร ให้แก่เกษตรกรและเจ้าหน้าที่โครงการปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ ที่ จ.น่าน ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่ดำเนินงานของโครงการปิดทองหลังพระกระจายไปเกือบทุกอำเภอของ จ.น่าน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลตัวเมือง โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปิดทองหลังพระมีแนวความคิดที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกันให้มีแหล่งอาหารที่พอกิน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
          "เกษตรกรในหมู่บ้านน้ำป้ากและหมู่บ้านใกล้เคียง ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา มีอาชีพหลักคือทำการเกษตร โดยมีการใช้พื้นที่เพื่อปลูกพริกด้วย แต่เนื่องจาก 3 ปีที่ผ่านมา เกิดปัญหาฝนตกหนัก น้ำไหลเร็วและไหลแรง โดยน้ำที่ไหลลงจากภูเขาได้พัดพาเอาดินและหินลงมาทับถมพื้นที่ลุ่มที่เป็นแหล่งน้ำ ที่นา ที่ทำการเกษตร ได้รับความเสียหายจำนวนมาก โครงการปิดทองหลังพระฯ จึงได้เข้ามาพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและส่งเสริมอาชีพต่างๆ" นายวีระกล่าว และว่า จากการเข้าศึกษาในหมู่บ้านน้ำป้ากเบื้องต้น พบปัญหาที่สำคัญและเป็นปัญหาหลักของเกษตรกรที่ปลูกพริกเกือบทั้งหมด คือพริกเป็นโรค และเกษตรกรขายพริกได้ราคาตกต่ำ
          นายวีระกล่าวว่า ภายหลังเกษตรกรได้รับการสนับสนุนจากโครงการปิดทองหลังพระฯ ทำให้เกษตรกรเริ่มตระหนักเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม เริ่มจัดการกันพื้นที่ป่าไม้เพื่อเป็นป่าอนุรักษ์ ปรับปรุงระบบการผลิตสินค้าเกษตรที่เข้าสู่ระบบเกษตรปลอดภัยมากขึ้น จัดการระบบการทำเกษตรแบบผสมผสานหลายอย่างมากขึ้น ทั้งการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์ เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องการผลิตและราคาผลผลิตที่จะขายได้ต่อไป
ที่มา : ข่าวสด