วันอังคารที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ซินิทฯ บูมอสังหาขอนแก่น ผุดคอนโดฯ-ชอปปิงมอลล์


          ซีนิท แอสเซท มั่นใจอสังหาฯ ขอนแก่นสดใส ผุดโครงการ 1.2 พันล้าน "เดอะเฮาส์-เดอะฮักส์" คอนโดฯ-ชอปปิงมอลล์ รองรับดีมานด์-กำลังซื้อหลังเปิดเออีซี
          นายพงษ์ศักดิ์ สฤษฎีชัยกุล ประธานบริหาร บริษัท ซีนิท แอสเซท จำกัด บริษัทอสังหาริมทรัพย์จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ราคาที่ดินขอนแก่นช่วง 2-3 ปีสูงขึ้น 100% จากกลุ่มทุนต่างถิ่นเข้ามาพัฒนาโครงการใหม่ รวมถึงการที่กลุ่มเซ็นทรัลเข้ามาเปิดศูนย์การค้า ขณะที่ประชากรมีรายได้เพิ่มขึ้น ทำให้นิยมมาซื้อคอนโดมิเนียมแทนบ้านเดี่ยวในเมืองที่ราคาสูงกว่าเดิมเพราะต้นทุนที่ดินปรับขึ้น
          ทั้งนี้ ขอนแก่นมีประชากรกว่า 2 ล้านคน และจะยิ่งเพิ่มขึ้นจากนักธุรกิจต่างถิ่นเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อีกทั้งไลฟ์สไตล์คนในจังหวัดชื่นชอบการกิน-ดื่ม เที่ยว และชอปปิ้งมากขึ้น เป็นโอกาสให้ปัจจุบันเกิดโครงการอสังหาฯ ในเขตเมือง อาทิ ถ.ศรีจันทร์ ถ.หน้าเมือง ถ.ประชาสโมสร และถ.รื่นรมย์ มากขึ้น รวมกว่า 30 โครงการ 8,000 ยูนิตขึ้นไป
          นายวิโรจน์ สฤษฎีชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีนิท แอสเซทฯ กล่าวว่า ได้เปิดตัวโครงการ "เดอะเฮาส์ คอนโดมีเนียม ศรีจันทร์" และ "เดอะฮักส์ มอลล์" มูลค่า 1,200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นคอนโดฯ 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 2 ไร่ อาคารสูง 37 ชั้น จำนวน 414 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท หรือ ตร.ม.ละ 7 หมื่นบาท ส่วนโครงการชอปปิงมอลล์ใช้ 200 ล้านบาท บนพื้นที่ 4 ไร่ เป็นอาคารสูง 5 ชั้น มีพื้นที่รวม 1.2 หมื่นตร.ม. เป็นพื้นที่เช่า 4,000 ตร.ม. และยังมีที่ดินอีก 4 ไร่เตรียมไว้สำหรับการพัฒนาในอนาคต คาดเริ่มก่อสร้าง 2 โครงการช่วงกลางปี 2556 โดย ชอปปิงมอลล์จะแล้วเสร็จในปี 2557 และ คอนโดฯ เสร็จในปี 2558 รับเออีซีพอดี
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ไทยประกันชีวิตตั้งการ์ดรับเออีซีออนไลน์ทั่วปท.


               นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ของบริษัทได้มีการเตรียมความพร้อมตั้งแต่การแข่งขันเสรีมาตั้งแต่ปี 2540 ซึ่งในช่วงดังกล่าวบริษัทได้ปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจในทุกด้าน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
               ทั้งนี้ บริษัทเป็นบริษัทประกันฯแห่งแรกที่พัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ เพื่อกระจายการทำงานสู่สาขาทั่วประเทศได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯมีสาขาทั้งในระดับ Regional Branches สาขาขนาดใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค Mini Branches สาขาขนาดกลาง Micro Branches สาขาเล็ก และศูนย์บริการลูกค้า หรือ CSC รวม 300 แห่ง รวมถึงกระจายอำนาจในการอนุมัติสินไหม การรับประกัน การจ่ายเงินคืน เงินปันผลแก่ผู้เอาประกันไปยังสาขา เพื่อให้ผู้เอาประกันได้รับความสะดวก รวดเร็ว ตามแนวคิดไทยประกันชีวิตเป็นมากกว่าการประกันชีวิต
การปรับประสิทธิภาพการดำเนินงานดังกล่าว ส่งผลรวมถึงสาขาที่อยู่ในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งทางภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี สงขลา หรือสุราษฎร์ธานี ฯลฯ จะเห็นว่าสาขาเหล่านี้มีความพร้อมในการรองรับลูกค้าต่างชาติ ภายหลังการเปิด AEC อยู่แล้ว ทั้งด้านการพิจารณารับประกัน การจ่ายสินไหม การบริการ ส่วนการขยายการลงทุนไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน บริษัทฯอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ และความเหมาะสมนายไชย กล่าว
             นายไชย กล่าวว่า เพื่อให้สามารถดูแลผู้เอาประกันได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง บริษัทได้ขยายการดูแลอย่างครบรอบด้าน ผ่านการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกัน (Care Center Network : CCN) ในลักษณะเดียวกับไทยประกันชีวิตแคร์เซนเตอร์ ณ สาขาทั่วประเทศ โดยไทยประกันชีวิตถือเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรก ที่เปิดเครือข่ายศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกัน ขณะเดียวกันยังสอดรับกับพ.ร.บ.ประกันชีวิตฉบับใหม่ ที่กำหนดให้บริษัทประกันชีวิตต้องมีศูนย์รับเรื่องร้องเรียน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน 
               สำหรับเครือข่ายศูนย์ดูแลสิทธิประโยชน์ผู้เอาประกัน ทำหน้าที่ดูแลพิทักษ์ผลประโยชน์ แก้ไขปัญหาและข้อขัดข้องของผู้เอาประกัน หรือผู้รับผลประโยชน์ รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของผู้เอาประกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อันจะสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในบริการ รวมถึงสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์อันดีต่อผู้เอาประกัน
ที่มา : ข่าวหุ้น 

คอนโดใกล้สถานศึกษาตอบโจทย์กลุ่ม Gen-Y


                นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริหาร สินทรัพย์ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารและจัดการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ร่างผังเมือง กรุงเทพฯ ฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการกระจายตัวไปพื้นที่รอบนอก ในขณะที่พื้นที่ชั้นในนั้นมีการกำหนดกฎเกณฑ์เพิ่มขึ้น จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะขยายการลงทุนไปในทำเลใหม่ๆ นอกเมือง หรือในแนวรถไฟฟ้าเส้นใหม่ เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเป็นการรองรับความต้องการของกลุ่ม คนรุ่นใหม่ (Generation) มีอายุระหว่าง 19-30 ปี ที่มองหา คอนโดมิเนียมในทำเลแหล่งงาน และใกล้สถาบันการศึกษา รวมทั้งใกล้ที่พักอาศัยเดิมของครอบครัว เป็นต้น
          ทั้งนี้ ข้อมูลจากฝ่ายวิจัยและพัฒนา พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ชี้ให้เห็นว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คอนโดมิเนียมในย่านสถานศึกษา มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สอดคล้องกับกำลังซื้อที่มากขึ้น หากพิจารณาถึงกลุ่มผู้ซื้อ อันดับแรกยังคงเป็นกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเพราะความครบครันในเรื่องระบบสาธารณูปโภค และโครงการศูนย์การค้าชุมชน (คอมมิวนิตี้มอลล์) ขยายอยู่ทั่วทุกทำเล เนื่องจากสถานศึกษาถือเป็นแหล่งชุมชนขนาดใหญ่
          รองลงมาคือกลุ่มผู้ซื้อที่มีทุนระยะยาว และหวังจะซื้อคอนโดมิเนียมเพื่อลงทุนปล่อยเช่าให้กลุ่มนักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคลากรในสถานศึกษา และที่สำคัญคือกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ในส่วนของผู้ปกครองที่เล็งเห็นความคุ้มค่ายิ่งกว่าเมื่อเทียบกับการเช่าที่อยู่อาศัย ตลอดจนสามารถนำห้องชุดดังกล่าวปล่อยเช่าได้อีกด้วย
          ส่วนด้านของทำเลที่ตั้ง พบว่าคอนโดมิเนียมได้กระจายไปตามจังหวัดต่างๆที่มีมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาใหญ่ๆ ทั่วประเทศ อาทิ ชลบุรี เชียงใหม่ 
ขอนแก่น สงขลา พิษณุโลก ซึ่งถือเป็นสัญญาณแห่งการเติบโตของตลาดคอนโดมิเนียม ในมิติใหม่ โดยเฉพาะในระดับราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท
ที่มา : แนวหน้า

วันจันทร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

บิ๊กอสังหาฯขอนแก่นผุดคอนโดฯ


อสังหาฯเจ้าถิ่นขอนแก่นไม่หวั่นยักษ์ใหญ่บุกพื้นที่ เตรียมเปิดตัว เดอะ เฮาส์ คอนโดมิเนียม ศรีจันทร์ และไลฟ์สไตล์มอลล์ย่านใจกลางเมือง มูลค่า 1,200 ล้านบาท
          นายพงษ์ศักดิ์ สฤษฎีชัยกุล ประธานบริหาร บริษัท ซีนิท แอสเซท จำกัด ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ท้องถิ่นรายใหญ่อันดับ 1 ในจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดขอนแก่นว่า เริ่มได้รับความสนใจจากกลุ่มทุนต่างถิ่นมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาอสังหาฯจากส่วนกลางเนื่อง จากมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน
          "ต้องยอมรับคอนโดมิเนียมในเมืองขอนแก่นตอนนี้คึกคักที่สุดในภาคอีสาน ทั้งที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและยื่นขออนุญาต ปัจจุบันมีไม่น้อยกว่า 30 โครงการ มากกว่า 8,000 ยูนิต ซึ่งส่วนใหญ่การก่อ สร้างจะแล้วเสร็จให้อยู่อาศัยได้จริงประมาณปี 2556-2557 การเปิดโครงการคอนโดฯส่วนหนึ่งออกมาเพื่อรองรับดีมานด์จากการเปิด AEC เพราะผู้ประกอบการมองเห็นศักยภาพของเมืองขอนแก่นว่าเป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ"
          อย่างไรก็ดี แม้ว่าผู้ประกอบการรายใหญ่จากต่างถิ่นจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่แต่บริษัทมีความได้เปรียบกว่า คือเป็นที่รู้จักและเชื่อมั่นของคนเมืองขอนแก่นเนื่องจากมีประสบการณ์ด้านการทำธุรกิจอสังหาฯมากว่า 22 ปี โดยพัฒนาโครงการกว่า 12 โครงการ และสร้างบ้านมาแล้วไม่น้อยกว่า 4,000 ครัวเรือน ผ่านบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ภายใต้แบรนด์เซ็นทาราวิลล์, เซ็นทาราซิตี้ และวีไอพีโฮม ที่จังหวัดขอนแก่น
          นายวิโรจน์ สฤษฎีชัยกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีนิท แอส- เซท จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้นำที่ดินสะสมกว่า 10 ไร่บนทำเลทองถนนศรีจันทร์ (ถนนข้าวเหนียว) มาพัฒนาโครงการเดอะ เฮาส์ คอนโด- มิเนียม ศรีจันทร์ คอนโดมิเนียมไฮไรส์แห่งแรกที่สูง 37 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 28-55 ตารางเมตร รวม 414 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท หรือประมาณ 70,000 บาท/ตารางเมตร รวมมูลค่าโครงการประมาณ 1,200 ล้านบาท โดยที่ดินมีภาระผูกพันกับธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างกลางปี 2556 มีกำหนดแล้วเสร็จกลางปี 2558 นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการเดอะฮักส์ มอลล์ (The Hugz Mall) ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งแรกบนพื้นที่ด้วย
ที่มา : โลกวันนี้

สกว.-มข.พัฒนาเครือข่ายวิจัยไก่พื้นเมือง ตั้งเป้าสู่ศูนย์กลางปรับปรุงพันธุ์ระดับนานาชาติ


     ศ.ดร.สวัสดิ์ ตันตระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวภายหลังลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับรศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.) ในโครงการพัฒนาศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ระยะที่ 2 ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ว่า จากที่สกว.ได้ร่วมกับมข. จัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัยและพัฒนาด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ ระยะที่ 1 (2553-2555) ตั้งแต่ปี 2552 ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่วางไว้คือ ได้ไก่พื้นเมืองที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์ 7 สายพันธุ์
          ได้แก่ ไก่ประดู่หางดำ เคเคยู, ไก่ชี เคเคยู, ไข่มุกอีสาน, ขาวสร้อยนิล, สร้อยเพชร, แก่นทอง, และไทยบรอยเลอร์ ซึ่งเกษตรกรสนใจนำไก่พื้นเมืองดังกล่าวไปเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ในครัวเรือน ทำให้เกิดการรวมกลุ่มเป็นเครือข่ายผู้เลี้ยงไก่พื้นเมืองที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในชุมชน ขยายโอกาสด้านการตลาด
          ผอ.สกว.กล่าวว่า อีกทั้งภาครัฐยังให้ความสนใจนำไก่พื้นเมืองเป็นต้นแบบในการพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ของประเทศ ตลอดจนขยายผลไปยังผู้ผลิตระดับท้องถิ่นเพื่อเป็นเครือข่ายส่งเสริมและกระจายพันธุ์ไก่พื้นเมือง ขณะที่ภาคเอกชนให้ความสนใจร่วมวิจัยและพัฒนาเพื่อผลักดันให้ใช้ไก่พื้นเมืองเป็นอาหารสุขภาพ รวมถึงผลิตไก่เนื้อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานในรูปเครือข่ายวิจัยและพัฒนาช่วยส่งเสริมให้การทำงานวิจัยสามารถตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน และก่อให้เกิดประโยชน์ในหลายๆ ด้าน
          ผอ.สกว.กล่าวด้วยว่า สำหรับกรอบความร่วมมือระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสายพันธุ์ไก่พื้นเมืองที่เป็นประโยชน์ในการสร้างทางเลือกการใช้ประโยชน์ด้านพันธุกรรมให้กับผู้ใช้ประโยชน์ ทั้งในระดับเกษตรกร ระดับท้องถิ่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและธุรกิจเอกชน และสนับสนุนให้มข. เป็นแหล่งพัฒนาวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ครบวงจร โดยใช้ไก่พื้นเมืองเป็นต้นแบบ และดูแลเครือข่ายวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์สัตว์ (ไก่พื้นเมือง) ให้กับประเทศ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของเครือข่ายการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี และเป็นศูนย์กลางการฝึกอบรมด้านการปรับปรุงพันธุ์ไก่พื้นเมืองในระดับนานาชาติ
          "ภายใต้โครงการความร่วมมือนี้จะทำให้สามารถตอบโจทย์ทั้งด้านผู้บริโภค ผู้ผลิตและทางวิชาการ โดยจะทำให้ได้เนื้อไก่ที่มีคุณภาพและสายพันธุ์ไก่ที่เป็นประโยชน์กับการพัฒนาไก่พื้นเมืองของประเทศ รวมทั้งองค์ความรู้ด้านการวิจัยเชิงลึกที่สามารถเผยแพร่ให้แก่ภาคเอกชน ท้องถิ่น และเกษตรกร อีกทั้งเป็นการพัฒนาบุคลากรด้านการวิจัยของ มข. และมหาวิทยาลัยเครือข่าย รวมถึงผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ระดับชาติและระดับนานาชาติ" ผอ.สกว.กล่าว

ที่มา : ข่าวสด

มข.ชูอีบุ๊กหนุนรักการอ่าน


                ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้ดำเนินโครงการเพื่อส่งเสริมการผลิตตำรา และเพิ่มช่องทางในการเข้าถึงตำราที่มีคุณภาพของมหาวิทยาลัย ภายใต้ชื่อโครงการ KKU Bookish ที่แปลว่า คนรัการอ่านหนังสือ โดยเป็นการจัดทำ E-Book Store ตำราชั้นนำที่เขียนขึ้นโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งบเป็นตำราที่มีคุณภาพผ่านการตรวจทางจากผู้ทรางคุณวุฒิภายนอก และได้รับการตีพิมพ์แล้ว มาอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เชื่อมต่อินเทอร์เน็ตไร้สายที่ใช้กันแพร่หลาย อาทิ ไอแพด สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต 
          ผศ.ดร.เด่นพงษ์ กล่าวอีกว่า ในการพัฒนาครั้งนี้ ได้ทำทั้งระบบ ไอโอเอส และแอนดรอยด์ ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยจะเปิดตัวของระบบปฏิบัติการไอโอเอสก่อนคือกลุ่มอุปกรณ์ไอแพดด้วยแอพพลิเคชั่น ที่ชื่อ KKU Bookish ซึ่งขณะนี้คือขั้นตอนการขออนุมัติกับบริษัทแอปเปิล ในการเข้าใช้ระบบการดาวน์โหลดของแอพสโตร์ของแอปเปิล โดยในการเปิดตัวจะมีหนังสือ 12 เล่ม สำหรับราคาอีบุ๊กโดยทั่วไปแล้วจะถูกกว่าฮาร์ดก๊อบปี้ประมาณร้อยละ 30 ซึ่งทำให้นักศึกษาจ่ายค่าตำราลดลง และยังสามารถซื้อแยกบทได้ ในส่วนของมหาวิทยาลัยยังได้ส่งเสริมการอ่านและการใช้ตำราให้แก่นักศึกษาที่มีเมลของมหาวิทยาลัยขอนแก่น
 จะมีแอคเคานท์ที่ดาวน์โหลดได้ในราคาต่ำ
ที่มา : คม ชัด ลึก 

'เมืองหมอแคน'เม็ดเงินสะพัด..จัดงานประเพณีอลังการ"ตรุษจีน ขอนแก่น เอ็กซ์โป 2013"กระตุ้นการท่องเที่ยว


ตรุษจีน เป็นวันหยุดตามประเพณีของจีนที่สำคัญ ในประเทศจีนจึงมักเรียกว่า "วันขึ้นปีใหม่จันทรคติ" ซึ่งได้มีการเฉลิมฉลองกันในหลายประเทศและดินแดนซึ่งมีประชากรจีนอาศัยอยู่มาก อย่างเช่น จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเก๊า มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไต้หวัน ไทย รวมทั้งในชุมชนชาวจีนที่อื่น ตรุษจีนถูกมองว่าเป็นวันหยุดสำคัญสำหรับชาวจีนและได้มีอิทธิพลต่อการเฉลิมฉลองการขึ้นปีใหม่จันทรคติของประเทศเพื่อนบ้าน
          นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีน (เมืองเซี๊ยเหมย) และจังหวัดขอนแก่น ได้มีพิธีลงนามความสัมพันธ์เป็นเมืองพี่เมืองน้อง เมื่อปี พ.ศ. 2555 พร้อมกันนี้ประเทศจีนก็ได้มาจัดตั้งสถานกงสุลใหญ่ประจำจังหวัดขอนแก่นด้วย เพื่อเป็นการสานสัมพันธ์ที่ดีอย่างต่อเนื่อง และให้ประชาชนจังหวัดขอนแก่นได้รู้จักประเทศจีนเพิ่มมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่ความร่วมมือทางด้านการค้า การลงทุน และด้านอื่น ๆ ต่อไป จึงเห็นสมควรจัดงานเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนของจังหวัดขอนแก่น ให้เป็นเทศกาลตรุษจีนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคอีสานต่อไป เพื่อการขับเคลื่อนจังหวัดขอนแก่นให้เป็นศูนย์กลางด้านการค้า การลงทุน และ อุตสาหกรรมของภาคอีสาน ตลอดจนศูนย์กลางของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2558 ภายใต้ศักยภาพอย่างรอบด้าน โดยมีการแถลงข่าวจัดงานในชื่อ "ตรุษจีนขอนแก่น แกรนด์ เอ็กซ์โป 2013" ตั้งแต่วันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ศูนย์การประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก 
มหาวิทยาลัยขอนแก่น อย่างเป็นทางการไปแล้ว
          ในส่วนายธีระศักดิ์ ฑีฆายุพันธุ์ นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น เปิดเผยว่า การทำงานในองค์กรยุคปัจจุบันต้องปรับกระบวนการใหม่ ความคุ้นเคยเก่า ๆ ต้องโละทิ้ง เพื่อให้งานพัฒนาก้าวหน้าทันสมัยมากขึ้น และที่สำคัญต้องให้ความสำคัญต่อผู้ปฏิบัติงานให้มีโอกาสเข้าร่วมกระบวนการคิด การทำ เพราะเป็นผู้ปฏิบัติงานจริง รู้ปัญหาจริง และปรับกระบวนการทำงานที่มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสังคมด้วย
          สิ่งที่จะผลักดันเป็นพิเศษคือการเป็น "อีเวนท์ซิตี้" ด้วยเหตุที่ จ.ขอนแก่น ไม่มีแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่น จนสามารถผลักดันให้เป็นจุดขายระดับโลกได้เหมือนบางจังหวัด แต่ที่ผ่านมาขอนแก่นประสบผลสำเร็จในการจัดงานเทศกาลต่าง ๆ กระตุ้นเศรษฐกิจจนมีเงินสะพัดมหาศาล โดยเฉพาะงานเทศกาลสงกรานต์ และเคานท์ดาวน์ปีใหม่
          อย่างไรก็ตามงานเทศกาลสงกรานต์แต่ละปีมีตัวเลขที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยเผยว่ามีเงินสะพัดกว่า 900 ล้านบาท ถ้าสามารถเชื่อมโยงแตะมือกับหน่วยงานอื่น ๆ ในจังหวัด เช่น งานมาราธอนนานาชาติพัฒนาให้เป็นไตรกีฬา เกษตรแฟร์ให้สินค้าเกษตรได้โปรโมตมากขึ้น และงานไหมให้ขยายกรอบการจัดงานกว้างขวางขึ้น เพื่อให้เกิดงานเทศกาลต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการจัดงานเทศกาลตรุษจีนในปีนี้ มีชื่อว่า "ตรุษจีนขอนแก่น แกรนด์ เอ็กซ์โป 2013" หวังดึงดูดชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาเที่ยวจับจ่ายใช้สอยเม็ดเงินในเทศกาลตรุษจีนมากกว่า 200 ล้านบาท และได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้รู้จักจังหวัดขอนแก่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น พร้อมกับสร้างสายสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่นกับประเทศจีน นอกจากนั้นยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมของจังหวัดขอนแก่นให้เป็นที่ยอมรับและต้องการของนักลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มมากยิ่งขึ้น และชาวเทศบาลนครขอนแก่นได้เรียนรู้ และรู้จักวัฒนธรรมจีน ประเทศมหาอำนาจของโลก ซึ่งจะนำไปสู่การปรับตัว และเปลี่ยนแปลงสำหรับการดำรงชีวิตแห่งโลกอนาคต
          ด้าน นางสิริกร นวอิสรารักษ์ ในฐานะประธานจัดงาน "ตรุษจีนขอนแก่น แกรนด์ เอ็กซ์โป 2013" กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีน เพื่อแสดงศักยภาพจังหวัดขอนแก่นสำหรับการเป็นเมืองหลวงของภาคอีสาน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมของจังหวัดขอนแก่นให้เป็นที่ยอมรับของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศสนับสนุนผู้ประกอบการในการหาตลาด เพิ่มศักยภาพเตรียมตัวก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน โดยในงานจะมีการแสดงวัฒนธรรมสองแผ่นดินไทย-จีน การแสดงของศิลปินมากมาย ในงานอลังการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนขอนแก่น แกรนด์เอ็กซ์โป 2013 Chinese New Year Khonkaen Grand Expo 2013 ระหว่างวันที่ 9-12 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ศูนย์ประชุมกาญจนาภิเษกมหาวิทยาลัยขอนแก่น
 พบกับ การแสดงสิงโต แชมป์แห่งประเทศไทย ตระการตากับวัฒนธรรมไทย/จีน สองแผ่นดิน ครั้งแรกในเมืองไทย กายกรรมสสามมิติ ประกวดมิสกี่เพ้า มหัศจรรย์ห้ามิติ ขนาดใหญ่ ชมหิมะตกที่ขอนแก่น ตื่นตากับกายกรรมสามมิติ จากปักกิ่ง และเฉินตู ครั้งแรกในเมืองไทย ท่องเที่ยวธรรมชาติ และมรดกเมืองจีนกับซีมูเลเตอร์ห้ามิติขนาดใหญ่ ชมและเชียร์การประกวดหนูน้อยกี่เพ้าแห่งประเทศไทยการแสดงวัฒนธรรมสองแผ่นดินไทย-จีนและพร้อมชมการแสดงจากศิลปินมากมายตลอดงาน นอกจากนี้เปิดตัวเมืองหลวงแดนอีสาน ขอนแก่นมหานคร ด้วยการแสดงศักยภาพของจังหวัดขอนแก่นหลากหลาย มีสินค้าไอทีแบรนด์ดังกว่า 100 ร้านค้า สินค้าโอทอป ระดับห้าดาว สินค้าเพื่อการเกษตรราคาถูก และมหกรรมธงฟ้าราคาถูก ลดกระหน่ำกันทั้งเมืองขอนแก่น
          ขอเชิญชาวจังหวัดขอนแก่น ภาคอีสาน และใกล้เคียง มาเที่ยว "ตรุษจีนขอนแก่น แกรนด์เอ็กซ์โป 2013" วันที่ 9-13 กุมภาพันธ์ 2556 ณ ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก 
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถือว่าเป็นการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนสุดอลังการ "ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน" อีกด้วย.
ที่มา : เดลินิวส์