วันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

อัดงบ50ล้านเร่งสร้างแบรนด์'พฤกษาคลินิก'สยายปีกตจว.


ธุรกิจคลินิกความงามคึกคัก "พฤกษาคลินิก" อัดงบ 50 ล้านเร่งสร้างแบรนด์พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มในต่างจังหวัดล่าสุดผุดสาขาที่36 เซ็นทรัลพลาซา อุดรฯคาดสิ้นปี 57 ขยายครบ 60 แห่ง
          น.พ.เศรษฐกานต์ อัตถากรพันธ์ประธานกรรมการ บริษัท พฤกษาสกินแคร์แมเนจเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารพฤกษาคลินิกเปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ในปีนี้บริษัทเตรียมงบการตลาดราว 50 ล้านบาทในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ตลอดจนการจัดกิจกรรมสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง แบ่งออกเป็นงบการตลาดสำหรับครึ่งปีแรก 30 ล้านบาท และ 20 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง  นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มขึ้นให้ได้ 40 แห่ง ภายในปีนี้ โดยล่าสุดเป็นการขยายสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานีเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา  และจะขยายสาขาเพิ่มที่นครพนม  มหาชัย  และทาวน์อินทาวน์  โดยบริษัทมีแผนขยายสาขา 10 แห่งต่อปี ส่งผลให้มีสาขารวม 60 แห่งภายในปี 2557
          "นโยบายของบริษัทเน้นการขยายสาขาเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคโดยเน้นกระจายเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากสุด ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยในปีนี้บริษัทเปิดสาขาใหม่ที่ภาคเหนือ คือที่จังหวัดเชียงใหม่ภาคใต้ที่ตรังภาคตะวันออก ที่พัทยา ชลบุรี และล่าสุดเปิดภาคอีสานที่อุดรธานี และยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มที่ขอนแก่นนครราชสีมา และจังหวัดที่มีศักยภาพอีกด้วย"น.พ.เศรษฐกานต์กล่าวและว่า
          จุดเด่นของพฤกษาคลินิก คือ เน้นให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าอีกทั้งรูปแบบการบริการที่หลากหลาย  ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ โดยที่ผ่านมาลูกค้าที่เข้ามาขอรับบริการกับพฤกษาคลินิก จะได้รับการดูแลรักษาเป็นองค์รวมหรือเป็นแพ็กเกจ ส่วนการขยายสาขาที่36 ที่จังหวัดอุดรธานีนั้นเนื่องจากพบว่าผู้บริโภคชาวอุดรธานีและจังหวัดใกล้เคียงมีกำลังซื้อสูงที่นี่จึงเน้นการนำเสนอบริการที่หลากหลาย เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากที่สุด
          ปัจจุบันบริษัทให้บริการด้านความงามและรับจ้างผลิตสินค้าด้านความงามให้กับบริษัทต่างๆ กว่า 40 ผลิตภัณฑ์
ที่มา : ฉบับวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วันพฤหัสบดีที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

บสก.ทุ่มงบ100 ล้านปรับโฉมสาขาทั่วประเทศ


บสก. เดินหน้าปรับโฉมสาขาทั่วประเทศ รองรับการ ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรกับลูกค้า ทั้งด้านจำหน่ายทรัพย์ และปรับโครงสร้างหนี้  ชี้สำนักงานต่างจังหวัดถือเป็น เครือข่ายส่งเสริมธุรกิจของ บสก. ที่เข้มแข็ง สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้า และคุ้นเคยกับชุมชนท้องถิ่นเป็นอย่างดี  ระบุปีนี้ได้รับอนุมัติแผนงานปรับปรุงสำนักงาน 11 แห่ง โดยใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท โชว์ผลงาน 4 เดือน ทำได้เกินเป้าหมาย  นายสุเมธ มณีวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) กล่าวว่า...บสก. เร่งปรับปรุงสาขาในต่างจังหวัดให้รองรับการดำเนินงาน และการให้บริการลูกค้า โดยได้พิจารณาความเหมาะสมของทำเลที่ตั้ง และศักยภาพในทุกด้านของสำนักงานต่างจังหวัดหลายแห่ง  รวมทั้งพัฒนาระบบงานต่างๆ ให้ทันสมัย เพื่อเป็นศูนย์จำหน่ายอสังหาริมทรัพย์คุณภาพดี บนทำเลที่หลากหลาย และมีราคาที่เหมาะสม รวมไปถึงการให้บริการลูกค้าด้านการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้อย่างครบวงจรอีกด้วย  ทั้งนี้ ในปี 2555  บสก. ตั้งเป้า เร่งพัฒนาเครือข่ายสาขาให้แล้วเสร็จ จำนวน 11 แห่ง ใช้งบประมาณปรับปรุงกว่า 100 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2555 ได้เปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเห็นว่าฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคตะวันออก มีอัตราการเติบโตในระดับที่น่าพอใจ และยุทธศาสตร์จังหวัดในขณะนี้ได้มีการวางแนวทาง ที่จะพัฒนาในด้านเศรษฐกิจ และสังคมให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน โดยภาพรวมจังหวัดฉะเชิงเทรามีศักยภาพในการลงทุนสูง ทั้งการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านอุตสาหกรรม ด้านการบริการและการท่องเที่ยว
          อย่างไรก็ดี ในช่วงครึ่งหลังของปี 2555 บสก. ยังดำเนินการ พัฒนาปรับปรุงสำนักงานอย่างต่อเนื่องได้แก่ สำนักงานระยอง สำนักงานอุบลราชธานี สำนักงานขอนแก่น สำนักงานนครราชสีมา สำนักงานอุดรธานี และสำนักงานเชียงใหม่พร้อมทั้งเตรียมย้ายที่ตั้งของสำนักงานสระบุรีจากสถานที่เดิมไปยังสถานที่ใหม่ ที่มีความเหมาะสมในทุกด้าน
          สำหรับผลการดำเนินงานจนถึงสิ้นเดือนเมษายน 2555 กรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. กล่าวว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีเพราะสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้  โดยมีผลเรียกเก็บที่เป็นเงินสด จำนวน 5,129 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 4,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 128.23 ของเป้าหมาย.   ในปี 2555 บสก. ตั้งเป้าเร่งพัฒนาเครือข่ายสาขาให้ แล้วเสร็จ จำนวน 11 แห่งใช้งบประมาณปรับปรุงกว่า100 ล้านบาท
ที่มา : หนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ 

ขอนแก่นใช้กล้องตรวจจับความเร็วเคลื่อนที่ปรามนักซิ่ง ผู้ว่าฯ มั่นใจเอาอยู่ ลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ


          การรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุจราจรบนถนนมิตรภาพด้วยการตรวจจับความเร็วโดยใช้เครื่องมืออัตโนมัติ ภายใต้ชื่อ "หยุดความเร็ว หยุดความตาย" นับเป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีที่สำคัญ  ซึ่งทางจังหวัดร่วมกับคณะทำงานในการป้องกันและควบคุมอุบัติเหตุทางถนนได้นำมาบังคับใช้ในพื้นที่อย่างจริงจังเพื่อป้องกันคนขับรถที่ยังมีพฤติกรรมขับรถใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ซึ่งนับเป็นมาตรการหนึ่งที่จะทำให้สามารถลดการเสียชีวิตลงได้
          นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่มีประสิทธิภาพ มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดำเนินงานตามมาตรการที่หลากหลาย ควบคู่ทั้งมาตรการดื่มแล้วไม่ขับรถทุกชนิด การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย ติดตั้งเครื่องหมายเตือนประชาชนที่เป็นจุดเสี่ยงบนถนนทุกเส้นทั้งสายหลักสายรอง ที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด สำหรับจุดเด่นของวิธีการนี้อยู่ที่กล้องตรวจจับความเร็วอัตโนมัติเคลื่อนที่ทั่วทั้งถนนมิตรภาพและถนนสายต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่นเป็นการสุ่มตรวจ ซึ่งจะทำให้คนขับรถเร็วหลบเลี่ยงยาก จึงเป็นการกำกับพฤติกรรมการขับขี่ให้ปลอดภัยมากขึ้น
          "การรณรงค์ครั้งนี้ ภาคีป้องกันอุบัติเหตุจราจรของจังหวัด
ขอนแก่นเลือกเอาบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้า บริษัท โลตัส เอ็กซ์ตร้า จำกัด จังหวัดขอนแก่นเป็นจุดเริ่มต้นการใช้เครื่องมือตรวจจับความเร็วอัตโนมัติเคลื่อนที่ตรวจผู้ขับขี่รถที่ใช้ความเร็วสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เพราะเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนจนมีผู้เสียชีวิตมาแล้วบ่อยครั้ง อย่างไรก็ดี การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนที่มีประสิทธิภาพนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดำเนินงานหลายๆ มาตรการควบคู่กันไป ทั้งมาตรการดื่มแล้วไม่ขับรถทุกชนิด การสวมหมวกนิรภัย การคาดเข็มขัดนิรภัย ติดตั้งเครื่องหมายเตือนประชาชนที่เป็นจุดเสี่ยงบนถนนทุกเส้น ทั้งสายหลักสายรอง ที่สำคัญคือการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด"
 
ที่มา : บ้านเมือง ฉบับวันที่ 8 มิถุนายน 2555

วันพุธที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ทีดับเบิ้ลยู ขยายไลน์ธุรกิจผุดโชว์รูมใหม่แลนด์โรเวอร์


             ผู้นำเข้าอิสระเมืองอุดรธานีรุกตลาดรถอเนกประสงค์ เตรียมผุดโชว์รูมใหม่แบรนด์แลนด์โรเวอร์ เรนจ์โรเวอร์ หลังได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมเดินหน้าโรดโชว์-แคมเปญทางการเงิน มั่นใจลูกค้าแดนอีสานอ้าแขนรับ  นายอธิชชาลิมป์ทองทิพย์ประธานกรรมการบริหารบริษัททีดับเบิ้ลยู แมชชีนเนอรี่  จำกัด  เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า บริษัท ซิตี้ ออโตโมบิล จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทยได้แต่งตั้ง บริษัท ทีดับเบิ้ลยู แมชชีนเนอรี่ จำกัดซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถอิสระทั้งในกรุงเทพฯและอุดรธานี ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์และเรนจ์โรเวอร์ในจังหวัดอุดรธานี และภาคอีสานตอนบน
          โดยในเบื้องต้นหลังจากได้รับการแต่งตั้ง บริษัทได้เตรียมสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายรอบเมืองด้านจังหวัดหนองคาย-ขอนแก่น บนพื้นที่ประมาณ 2ไร่เศษที่แต่เดิมเคยเป็นโชว์รูมของรถนำเข้า โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบตกแต่งภายในและภายนอกจากทางบริษัทแม่ ตามมาตรฐานของบริษัทแลนด์โรเวอร์ฯ อาทิมีลิฟต์ยกรถสำหรับซ่อมจำนวน 5 ตัว และเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับตรวจสอบอาการของรถยนต์ยี่ห้อแลนด์โรเวอร์และเรนจ์โรเวอร์โดยเฉพาะที่ส่งตรงมาจากประเทศอังกฤษ พร้อมด้วยพนักงานช่างประจำศูนย์ที่ได้รับการอบรมจากศูนย์อบรมตามมาตรฐานของแลนด์โรเวอร์ประเทศอังกฤษ โดยคาดว่าจะสามารถเปิดโชว์รูมอย่างเป็นทางการในราวเดือนสิงหาคมที่จะถึงนี้   ขณะที่แผนการตลาดจะมีการนำผลิตภัณฑ์ในรุ่นต่างๆ อาทิ เรนจ์โรเวอร์อีโวค รุ่นใหม่ล่าสุด, เรนจ์โรเวอร์สปอร์ต,แลนด์โรเวอร์ฟรีแลนเดอร์, แลนด์โรเวอร์ ดีเฟนเดอร์ ส่วนรูปแบบการตลาดนั้น เนื่องจากเป็นกลุ่มรถอเนกประสงค์ในระดับพรีเมียมทำให้แนวทางหลักที่บริษัทยึดถือคือการบริการหลังการขาย
          นอกจากนั้นแล้วก็จะมีการเข้าร่วมโรดโชว์ หรือมหกรรมโชว์รถ อาทิอุดรธานี มอเตอร์โชว์ 2012 หรือมีการมอบข้อเสนอทางการเงิน เช่นดาวน์อย่างน้อย25%สามารถผ่อนส่งค่างวดกับสถาบันการเงินได้ตามปกติได้สูงสุดถึง 5 ปี หรือ 60 งวดดอกเบี้ยอยู่ที่ 2.3% ต่อปี   "มั่นใจว่าจะสามารถทำให้แบรนด์แลนด์โรเวอร์และเรนจ์โรเวอร์กลับมาติดตลาดได้อย่างแน่นอนหลังจากที่รถยนต์แบรนด์นี้เงียบหายไปจากตลาดโดยบริษัทตั้งเป้าหมายว่าจะสามารถขายได้ 3 คันต่อเดือนใน6เดือนแรกและต่อไปขยายขึ้นเป็นเดือนละ 5 คัน"
ที่มา : ฐานเศรษฐกิจ ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

เอส ฟาร์ม กรีนโฮเทลโรงแรมไก่และไข่แห่งแรกของโลก



                การปรับปรุงอาคารเก่าในสภาพทรุดโทรมแล้ว นำมาพัฒนาออกแบบใหม่ให้สวยงามขึ้น มีประโยชน์ใช้สอยเพิ่มมากขึ้น กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเงื่อนไขการขออนุญาตก่อสร้างอาคารในปัจจุบันมีองค์ประกอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมายควบคุมอาคาร, เทศบัญญัติ, ผังเมืองใหม่, การรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ มีต้นทุนสูงขึ้นใช้เวลาในกระบวนการก่อสร้างยาวนานขึ้น การแข่งขันเรื่องต้นทุนก่อสร้างจึงเกิดความเหลื่อมล้ำกันได้ง่าย
               บริษัท ศรีวิโรจน์ฟาร์ม จำกัด โดยคุณประยุทธ ศรีวิโรจน์ กรรมการผู้จัดการ  และบริษัทในเครือ ซึ่งประกอบด้วย บริษัท ขอนแก่น โพทรีย์ จำกัด, โรงแรมพีพี โฮเต็ล ขอนแก่น, ฟาร์ปลา ขอนแก่น ฟิชเชอรี่ , บริษัท ซี.เอช. โภคภัณฑ์ จำกัด, โรงงานผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งเริ่มดำเนินธุรกิจตั้งแต่ปี 2515 จนถึงปัจจุบัน ผลิตด้านไข่ไก่สด ผลิตภัณฑ์จากไข่ไก่ (SF FOOD) มาแล้ว 40 ปี ซึ่งผลิตจากฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจากกรมปศุสัตว์ สด สะอาด ขนาดมาตรฐาน บริการประทับใจ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค ทั้งยังผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปจากไก่ไข่ ไก่เนื้อของศรีวิโรจน์ฟาร์ม ภายใต้เครื่องหมาย SF FOOD ใหม่สด สะอาด และมาตรฐาน, และจำหน่ายปลานิล ปลาดุก สดๆ จากฟาร์มปลา รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลไก่ไข่สด จากฟาร์มมาตรฐาน เหมาะสำหรับเกษตรกรใช้กับพืชไร่ นา และสวน 
             แนวความคิดในการพัฒนาอุตสาหกรรมไก่ไข่ (Ovulation Concept) คือเริ่มต้นเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ตัวเมีย โดยเส้นทางเดินของไก่ตัวเมีย คือการเลี้ยงเพื่อนำไข่และเนื้อมาจำหน่าย และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ไข่เค็ม ลูกชิ้น ไส้กรอก ฯลฯ สำหรับไก่ตัวผู้จะเลี้ยง 50-55 วันเพื่อจำหน่ายเป็นเนื้อสดและแปรรูป ภายใต้แบรนด์ SF FOOD (ย่อมาจากศรีวิโรจน์ฟูดส์)  ผลพลอยได้จากการเลี้ยงยังได้ มูลไก่  ส่วนหนึ่งนำมาทำไบโอแก๊ส และนำพลังงานความร้อนมาใช้อบปุ๋ยเพื่ออัดเม็ดขายให้แก่เกษตรกร หรือนำไปเลี้ยงปลา ในส่วนไส้และหัวไก่นำมาเลี้ยงปลาดุก แม้กระทั่งขนไก่ยังสามารถนำไปทำปุ๋ย ดังนั้นทุกชิ้นส่วนของไก่จึงเป็นประโยชน์หมด เรียกว่า Full Value คือไม่เหลือทิ้งเลย
               หลังจากที่กลุ่มบริษัทศรีวิโรจน์ ฟาร์ม มีแนวคิดที่จะปรับปรุงโรงแรมในเครือ คือ โรงแรมพีพี โฮเทลเดิมให้ทันสมัย สวยงาม โดยทีมงานบริษัทศรีวิโรจน์ ฟาร์ม ได้ติดตามรายการอยู่สบายมานานแล้ว และเห็นแนวทางความคิดดีๆ ของทีมงานอยู่สบายจึงได้ติดต่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบปรับปรุง และหลังจากได้ศึกษาโครงสร้างองค์กร นโยบายของการบริหาร ตลอดจนรูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด ทางนักออกแบบนำทีมโดย อ.เอก จึงได้วางโครงแนวคิดที่มาจาก “ไข่และไก่โดยให้โรงแรมเป็นเสมือนสถานที่ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ภาพลักษณ์องค์กร ซึ่งทำให้การออกแบบโรงแรมแห่งนี้มีธีมที่ชัดเจนมากขึ้นไปจัด โดยใช้ชื่อโรงแรมใหม่จากพีพี โฮเทล มาเป็น เอสฟาร์ม กรีนโฮเทล (S FARM GREEN HOTEL)   ใช้แนวความคิดจาก S มาใช้ในโครงการ เช่น success, sustainable, simple มาใช้ในโครงการตัวเชื่อมภายในโครงการโดยมีกระบวนการของห่วงโซ่อาหารของไก่และไข่เป็นลูกเล่น (Gimmick) ของงานออกแบบทั้งหมด  โครงการนี้ถือว่าเป็นโรงแรมไก่และไข่แห่งแรก และแห่งเดียวของโลก ณ กลางใจเมือง จ.ขอนแก่น
ทีมา : คม ชัด ลึก
ลิงค์ : http://www.komchadluek.net/detail/20120602/131761/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%9F%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81.html

แสนสิริเผยดัน theBASE ออกตลาด2หัวเมืองใหญ่นำร่อง'ภูเก็ต-ขอนแก่น'


         นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการ คอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า ปัจจุบันคอนโดมิเนียมแบรนด์ เดอะ เบส พัฒนาแล้วรวม 3 โครงการ ประกอบด้วย "เดอะ เบส สุขุมวิท 77", "เดอะ เบส แจ้งวัฒนะ"และ "เดอะ เบส พระราม 9" มูลค่ารวม 6,470 ล้านบาท จำนวนรวมทั้งสิ้น3,381 ยูนิต ยอดขายรวมปัจจุบันอยู่ที่ 90 % ล่าสุดได้ขยายการพัฒนาโครงการไปสู่ จ.ภูเก็ต ภายใต้ชื่อโครงการ "เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์-ภูเก็ต"มูลค่า 750 ล้านบาท จำนวน 311 ยูนิต และที่ จ.ขอนแก่น ภายใต้ชื่อโครงการ"เดอะ เบส ศรีจันทร์-ขอนแก่น" มูลค่า 1,000 ล้านบาท จำนวน 521 ยูนิตเพื่อเสนอขายในปี 2555 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของแสนสิริ ที่ขยายการลงทุนสู่หัวเมืองภาคอีสานเป็นครั้งแรก
          "เราขยายตลาดและฐานลูกค้าสู่จังหวัดศูนย์กลางภาคอื่นๆ เจาะทำเลศักยภาพมีความเป็นสังคมเมืองสูงทั้งด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาเมือง แหล่งงานขนาดใหญ่ สถาบันการศึกษา รวมถึงมีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง จากการสำรวจพบว่ากลุ่มคนทำงานที่ต้องการคอนโดในเมืองระดับกลางมีการเติบโตมีจำนวนมากขึ้นเฉลี่ย 10% ต่อปี ซึ่งในจังหวัดขอนแก่นและภูเก็ตมีความชัดเจนของภาพรวมนี้ ภาพรวมการแข่งขันและอัตราความต้องการคอนโดในภูเก็ตและขอนแก่น ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่วนมากจะกระจายอยู่รอบนอกใกล้กับมหาวิทยาลัยหรือใกล้บึงแก่นนคร  ขณะที่โครงการย่านใจกลางเมืองยังมีไม่มากนัก การแข่งขันยังไม่รุนแรง กำลังซื้อยังมีความต้องการอยู่อีกมาก" นายอุทัย กล่าว
          โครงการ "เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์-ภูเก็ต" คอนโดมิเนียม 7 ชั้น 2 อาคาร บนเนื้อที่ 4 ไร่ ใกล้ถนนวิชิตสงคราม ประกอบด้วยขนาด 1 ห้องนอนขนาด 34 ตร.ม. และ 2 ห้องนอนขนาด 60 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น 1.9 ล้านบาทหรือราคาเฉลี่ยประมาณ 69,000 บาทต่อ ตร.ม. , โครงการ "เดอะ เบสศรีจันทร์-ขอนแก่น" อาคารสูง 20 ชั้น ริมถนนศรีจันทร์ บนเนื้อที่ 3 ไร่จำนวน 521 ยูนิต ประกอบด้วยขนาด 1 ห้องนอน เนื้อที่ประมาณ 30 ตร.ม.และ ขนาด 2 ห้องนอนเริ่มที่ 47 ตร.ม. ราคาเริ่มต้น  1.49 ล้านบาท   ทั้งนี้โครงการ "เดอะ เบส ดาวน์ทาวน์-ภูเก็ต" จะเริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการในระหว่างวันที่ 23- 24 มิถุนายนนี้ ด้าน "เดอะ เบส ศรีจันทร์ -ขอนแก่น"จะเปิดการขายอย่างเป็นทางการภายหลังได้รับการยืนยัน EIA ประมาณไตรมาส3 ของปีนี้
ที่มา : พิมพ์ไทย ฉบับวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ขอนแก่นจัดกิจกรรมปลุกพลังคนพิการตามโครงการ 1479


               วันนี้ (5มิ.ย.55) ที่ศาลาประชาคมจังหวัดขอนแก่น นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานต้อนรับคณะคาราวานคนพิการ เดินวิ่งจากเมืองพัทยาสู่จังหวัดหนองคาย พร้อมกับเปิด โครงการ 1479 ปลุกพลังคนพิการจากบูรพาสู่อีสานปลุกพลังคนพิการ เพื่อให้รู้ถึงสิทธิคนพิการ การสร้างงานและอยู่ร่วมกับสังคมอย่างเต็มภาคภูมิ โดยมีคณะคาราวานคนพิการ ที่ใช้วีลแชร์ 80 คน หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก
             สำหรับโครงการ 1479 ปลุกพลังคนพิการจากบูรพาสู่อีสาน เริ่มต้นคาราวานวีลแชร์ เดิน วิ่ง จากเมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 มุ่งหน้าสู่จังหวัดหนองคาย ผ่าน 19 จังหวัดภาคอีสาน เพื่อจัดกิจกรรมรณรงค์ปลุกพลังคนพิการ 39 จุด ให้รู้ถึงสิทธิคนพิการ การส่งเสริมอาชีพอิสระ พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และถึงจังหวัดหนองคายในวันที่ 24 มิถุนายน 2555 รวมระยะเวลา 49 วัน ระยะทางทั้งสิ้น 1,479 กิโลเมตร  นายสมบัติ ตรีวัฒน์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า คนพิการทุกคนมีศักยภาพ ความพิการเป็นอุปสรรคเพียงเล็กน้อยสามารถสร้างพลังใจที่เข้มแข็ง เราทุกคนต้องส่งเสริมสิทธิและโอกาสของคนพิการให้มีส่วนร่วมในสังคมอย่างเสมอภาค เพื่อยกระดับชีวิตคนพิการให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพ นอกจากไม่เป็นภาระแก่อื่นแล้วยังสร้างคุณประโยชน์ให้สังคมด้วย
           ทั้งนี้กิจกรรมรณรงค์ที่จัดขึ้นในจังหวัดขอนแก่น เพื่อปลุกพลังของคนพิการให้รับทราบถึงสิทธิคนพิการที่มีอยู่จริงผ่านนิทรรศการเคลื่อนที่ เข้าถึงแหล่งงานสำหรับคนพิการที่มีอยู่ในสังคม ผ่านคาราวานรับสมัครงาน และบริการแนะแนวอาชีพและจัดหางาน นอกจากนี้ยังมีการเปิดสายด่วนหมายเลข โทรทันที 1479 ได้งาน รู้สิทธิ สู่ชีวิตที่ดีกว่าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้บริการคนพิการสามารถขอความช่วยเหลือและสอบถามได้ทุกเรื่อง ให้ทุกคนในสังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์