วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ธสน.แถลงผลการดำเนินงานปี2555


         นายคนิสร์ สุคนธมาน กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) แถลงผลการดำเนินงานปี 2555 ว่า ธสน. มีกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 81.82 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่มีกำไรสุทธิ 605 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่สูงขึ้นจากการขยายตัวของสินเชื่อระยะกลางและระยะยาวเพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงทั้งด้านค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั่วไป และค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยอันเกิดจากการบริหารจัดการด้านต้นทุนที่ดีขึ้น
          นอกจากนี้ในด้านคุณภาพสินทรัพย์และความมั่นคงทางการเงินของ ธสน.ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Non-performing  Loans:NPLs) ณ สิ้นปี 2555 มีจำนวน 2,812 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2554 ร้อยละ 15.81 ทำให้สัดส่วน NPLs ต่อยอดคงค้างเงินให้สินเชื่อลดลงเหลือเพียงร้อยละ 4.22 จากร้อยละ 5.10 ณ สิ้นปีที่ผ่านมา ในขณะที่มีอัตราส่วนสำรองหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPLs อยู่ที่ร้อยละ 146.75 เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 56.82 จากสิ้นปีที่ผ่านมา โดยเป็นเงินสำรองพิเศษที่ธนาคารได้กันเพิ่มเติมจากเกณฑ์ IAS39 จำนวน 1,937 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางการเงินที่ดีขึ้นและความสามารถในการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
          กรรมการผู้จัดการ ธสน. เปิดเผยต่อไปว่า นอกจากการสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคงและด้านฐานะการเงินของธนาคารได้เพิ่มขึ้นตามเป้าหมายแล้ว ตลอดปีที่ผ่านมา ธสน. ได้ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในฐานะธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะใน 3 ภารกิจหลัก คือ 1)การสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศของผู้ประกอบการไทย 2) การสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาประเทศของนักลงทุนไทยทั้งในประเทศและในต่างประเทศ และ 3) การป้องกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ส่งออกผ่านบริการรับประกัน
          ด้านการสนับสนุนการส่งออกและนำเข้า ในปี 2555 ธสน. ได้อนุมัติวงเงินหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการทั้งสิ้น11,732 ล้านบาท ซึ่งเป็นวงเงินแก่ผู้ส่งออก SMEs 4,779 ล้านบาท และมีปริมาณธุรกิจสะสมจากธุรกรรมการส่งออกและนำเข้าจำนวน 142,956 ล้านบาท โดยมียอดคงค้างสินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้นที่ 15,187 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2554 จำนวน 2,513 ล้านบาท เนื่องจาก ธสน. มุ่งสนับสนุน SMEs ตามนโยบายรัฐบาลมากขึ้น ทำให้ต้องปรับโครงสร้างลูกค้ามาเน้นลูกค้า SMEs ซึ่งมีวงเงินต่อรายน้อยกว่ากลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ ประกอบกับผู้ส่งออกไปยังตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปชะลอการส่งออก ขณะที่การแข่งขันส่งเสริมการตลาดลูกค้า SMEs ของธนาคารพาณิชย์ทวีความรุนแรงขึ้นทำให้ผู้ส่งออก SMEs บางส่วนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์ได้ดีขึ้น ในภาวะดังกล่าว ธสน.มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้ส่งออกและผู้นำเข้าที่ยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารพาณิชย์โดยไม่แข่งขันในสิ่งที่ธนาคารพาณิชย์ทำได้ดีอยู่แล้วและได้นำเสนอมาตรการพิเศษเสริมตามความจำเป็น อาทิ การพิจารณาผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยผิดนัด และการผ่อนปรนอัตราดอกเบี้ยรับซื้อลดเอกสารส่งออกให้กับลูกค้า
          ในส่วนของการพัฒนาศักยภาพ SMEs ธสน. ได้จัดโครงการสัญจรอบรมให้ความรู้เบื้องต้นแก่ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจเริ่มต้นธุรกิจส่งออกในทุกภูมิภาคตามจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย 
ขอนแก่น อุดรธานีชลบุรี และสงขลา และการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการบริหารความเสี่ยงด้านการส่งออกที่ ธสน. สำนักงานใหญ่ อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี รวมจำนวนผู้ประกอบการที่ได้รับประโยชน์กว่า 1,500 ราย
          ด้านการสนับสนุนการลงทุนและการพัฒนาประเทศของนักลงทุนไทย ในปี2555 ธสน. อนุมัติวงเงินสินเชื่อ จำนวน 10,457 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุนในประเทศด้านพลังงานและพลังงานทดแทน โลจิสติกส์ โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมทั้งการขยายกำลังการผลิตของผู้ประกอบการ โดยส่วนหนึ่งเป็นวงเงินที่อนุมัติเพื่อสนับสนุนมาตรการทางการเงินเพื่อสนับสนุนการประกอบธุรกิจพาณิชยนาวีตามที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังเพื่อพัฒนากองเรือไทยให้เข้มแข็งขึ้นในระยะยาว จำนวน 5,170 ล้านบาท และอนุมัติวงเงินสินเชื่อจำนวน 6,988 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการในต่างประเทศให้แก่นักลงทุนไทย ส่วนใหญ่เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศ CLMV (Cambodia, Laos, Myanmar, Vietnam) รวมเป็นวงเงินอนุมัติสินเชื่อจำนวน 17,445 ล้านบาท ทำให้ ณ สิ้นปี 2555 ธสน. มียอดคงค้างสินเชื่อระยะกลางและระยะยาวที่ 51,489 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 3,740 ล้านบาท
          ด้านบริการประกันการส่งออก ในปี 2555 ธสน. ได้อนุมัติวงเงินรับประกันให้แก่ผู้ส่งออกจำนวน 3,572 ล้านบาท เพื่อช่วยป้องกันความเสี่ยงให้แก่ผู้ส่งออกไทยจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศซึ่งอาจเกิดจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก โดยจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ส่งออกในการขยายการส่งออกไปยังตลาดเดิมและตลาดใหม่มากขึ้น โดยในปี2555 มีมูลค่าส่งออกภายใต้การรับประกันของ ธสน. จำนวน 135,073 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.28 จากปีที่ผ่านมา และมียอดภาระผูกพันการรับประกันการส่งออก ณ สิ้นปี 2555 เท่ากับ 34,024 ล้านบาท
          นายคนิสร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2556 ธสน. ตั้งเป้าหมายในการขยายตัวของสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 5 จากสิ้นปี 2555 โดยจะยังคงรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรให้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา สำหรับแนวทางการดำเนินงาน ธสน. ยังคงมุ่งเน้นการทำหน้าที่ธนาคารเพื่อการพัฒนาเพื่อเติมเต็มหรือลดช่องว่างที่ธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่นไม่สามารถให้การสนับสนุนได้อย่างเพียงพอ โดยจะเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SMEs ทั้งด้านสินเชื่อและรับประกัน รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพและองค์ความรู้ของ SMEs ในการปรับตัว เพื่อรองรับการทยอยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) อย่างเต็มรูปแบบในปี 2558
ที่มา : พิมพ์ไทย 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น